บาคาร่าออนไลน์ ทีมชาติไทยสู้ถวายหัว สโลวาเกียซิวชัยหืด3-2 ครองแชมป์คิงส์คัพ

บาคาร่าออนไลน์

สโลวาเกีย ทีมอันดับ 29 ของโลก ผงาดคว้าแชมป์ คิงส์ คัพ ได้สำเร็จ หลังเอาชนะแชมป์เก่าทีมชาติไทยที่อยู่ต่ำกว่าถึง 100 ขั้นแบบหวุดหวิด 3-2 ในนัดชิงชนะเลิศ ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน เมื่อวันอาทิตย์ที่ 25 มีนาคม 2561

ฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน คิงส์ คัพ ครั้งที่ 46
ทีมชาติสโลวาเกีย 3 – 2 ทีมชาติไทย
วันอาทิตย์ที่ 25 มีนาคม 2561

บาคาร่าออนไลน์ ทีมชาติไทย ประกาศรายชื่อบู๊ สโลวาเกีย นัดชิงชนะเลิศ คิงส์ คัพ ยึดชุดเดิม มี มงคล ทศไกร ผ่านการทดสอบความฟิตลงลากเลื้อย ผนึก 3 ทหารเสือจากเจลีกทั้ง ธีรศิลป์ แดงดา, ชนาธิป สรงกระสินธ์ และ ธีราทร บุญมาทัน โดยมีฮีโร่นัดก่อนอย่าง กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ เฝ้าเสา ด้านนักเตะสโลวัก ถือเป็นทัพใหญ่ นำมาโดย มาร์ติน สเคอร์เทล กองหลังกัปตันทีม

สโลวาเกีย ทีมอันดับ 29 ของโลก เหนือกว่าไทยถึง 100 ขั้น (ไทย 129) เปิดฉากได้ลุ้นตั้งแต่ น.4 จากลูกเปิดด้านซ้าย อดัม เนเม็ช เทกตัวโหม่งลอยข้ามคานไป

ต้นเกม ไทยเล่นอย่างรัดกุม และพยายามสร้างจังหวะลุ้นประตู น.9 ธีรศิลป์ ฉีกออกทางขวา ก่อนหยอดเข้ากรอบเขตโทษ กองหลังสโลวักเคลียร์ทิ้ง

จนกระทั่ง น.9 ทีมชาติสโลวาเกียพังประตูขึ้นนำ 1-0 ได้สำเร็จ จากจังหวะที่ โรเบิร์ต มัค กระชากขึ้นทางซ้ายสปีดหนี ฟิลิป โรลเลอร์ ถึงเส้นหลังแล้วตบเข้ากลางให้ ออนเดรจ ดูด้า ดาวเตะจาก แฮร์ธ่า เบอร์ลิน ในบุนเดสลีกาทิ่มเผาขนไม่เหลือ

ช้างศึก เดินเครื่องลุยหวังทวงประตูคืน ผ่าน 20 นาทีแรก ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ ลองตะบันไกลจากหน้ากรอบเขตโทษ ลูกพุ่งแฉลบออกหลังไป

น.27 ไทยพยายามโต้กลับ จากจังหวะที่ ชนาธิป กระชากขึ้นทางซ้าย ก่อนตวัดบอลหวังให้ ธีรศิลป์ ที่รออยู่ตรงกลาง แต่กลายเป็นอัดหน้า สเคอร์เทล อย่างจัง ทำเอาอดีตกองหลังลิเวอร์พูลร่วงลงไปกอง และตาลอย ต้องเรียกทีมแพทย์เข้ามาปฐมพยาบาล และกลับมาเล่นต่อได้

ถึงครึ่งชั่วโมง เป็นโอกาสที่ใกล้เคียงสุดของไทย เมื่อ ฐิติพันธ์ หลุดเข้าไปกดด้วยขวาในกรอบเขตโทษด้านขวา ลูกเหินข้ามคานไปอย่างน่าหวาดเสียว

ผ่านมาถึง น.34 สโลวาเกีย หนีห่าง 2-0 ในจังหวะสวนกลับ เมื่อ เอริก ปาซินด้า ได้บอลตรงเกือบกลางสนาม ก่อนแทงพรวดเดียวทะลุให้ มัค หลุดเข้าไปจิ้มสวนตัว กวินทร์ เข้าไปเสียบเสาสองเด็ดขาด

น.42 ไทยตีไข่แตกไล่มาได้สำเร็จ 2-1 จากจังหวะผิดพลาดของ มิชาล ซุลล่า นายทวารสโลวาเกีย ออกบอลไปติด ธีรศิลป์ ก่อนที่ “เจ้ามุ้ย” จะตบเข้ากลางให้ จักรพันธ์ แก้วพรม แปเน้นๆ ไม่เหลือซาก จบครึ่งแรก ช้างศึก ตามหลังแค่ประตูเดียว

กลับมาเล่นต่อในครึ่งหลัง มิโลวาน ราเยวัช กุนซือเซิร์บทีมชาติไทย ขยับแก้เกมโดยถอด มงคล ออกแล้วส่ง บดินทร์ ผาลา ลงสนาม และดาวเตะจากการท่าเรือ ก็มีโอกาสสับไกจากนอกกรอบหลังรับบอลจาก ชนาธิป แต่ยิงบด เลยเบาเกินไป

ไทยลุยหนักขึ้น บุกกดดันจนสโลวาเกียต้องถอยไปตั้งรับ น.52 ชนาธิป ส่องเรียดจากหน้ากรอบเขตโทษ ลูกพุ่งติดเซฟของ ซุลล่า ก่อนที่กองหลังจะมาช่วยสกัดพ้นอันตรายหวุดหวิด

ช้างศึกบุกต่อเนื่อง น.55 ธีราทร ลุยขึ้นทางซ้ายก่อนซัดด้วยข้างถนัด บอลแฉลบ สเคอร์เทล แต่ยังติด ซุลล่า ที่ยืนปิดมุมไว้

สโลวาเกีย พยายามตอบโต้ น.64 มัค หลุดเข้าไปแปผ่านมือ กวินทร์ เข้าไปตุงตาข่าย แต่เฮเก้อ เพราะไลน์แมนยกธงล้ำหน้า ขณะที่ ราเยวัช ขยับเปลี่ยนตัวอีกคน ส่ง นูรูล ศรียานเก็ม แทน จักรพันธ์

เข้าสู่ น.67 สโลวาเกีย ได้ประตูหนี 3-1 เมื่อ ปาซินด้า ลากบอลมาทำชิ่งกับ ดูด้า แล้วซัดด้วยซ้ายหน้าหัวกะโหลก ลูกเช็ดสามเหลี่ยมเข้าไปชนิดหมดสิทธิ์ที่ กวินทร์ จะป้องกันได้

ราเยวัช ทิ้งไพ่ใบสุดท้าย ส่ง ปีโป้ สิโรจน์ ฉัตรทอง แทน พีระพัฒน์ โน้ตชัยยา ก่อนแฟนๆ เจ้าถิ่นได้เฮกระหึ่มในน.78 เมื่อ นูรูล เปิดฟรีคิกจากขวาเข้าไปในกรอบเขตโทษเลยไปถึง พรรษา เหมวิบูลย์ ทิ่มเผาขนเข้าไปตุงตาข่ายให้ไทยไล่ 2-3

ช่วงเวลาที่เหลือ แม้ไทยจะพยายามบุก แต่ก็ยิงเพิ่มไม่สำเร็จ จบเกม สโลวาเกีย คว้าชัยชนะ 3-2 ได้แชมป์ คิงส์ คัพ ครั้งที่ 46 ไปครองได้สำเร็จ นับเป็นการคว้าแชมป์หนที่ 2 ของตัวเองในรายการนี้ แถมยังเป็นการตอกย้ำขยี้ “ช้างศึก” เนื่องจาก คิงส์ คัพ ปี 2004 พวกเขาเคยมาเอาโทรฟี่นี้ด้วยการชนะจุดโทษเจ้าถิ่น 5-4 หลังเสมอในเกมปกติ 1-1

ขณะเดียวกัน นับเป็นครั้งที่ 12 ของทีมชาติไทย ซึ่งเข้าชิงชนะเลิศในรายการ คิงส์ คัพ ทว่าไม่สามารถคว้าแชมป์ได้ ต่อจากปี 2513, 2514, 2515, 2517, 2521, 2536, 2540, 2545, 2547, 2552, 2558

รายชื่อผู้เล่นตัวจริงของทั้งสองทีม

ไทย: กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ – ฟิลลิป โรลเลอร์ ,พรรษา เหมวิบูลย์ ,เฉลิมพงษ์ เกิดแก้ว ,พีระพัฒน์ โน้ตชัยยา – จักรพันธ์ แก้วพรม ,ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ ,ชนาธิป สรงกระสินธ์ – มงคล ทศไกร ,ธีราทร บุญมาทัน ,ธีราทร บุญมาทัน

สโลวาเกีย: มิชาล ซุลล่า – บอริส เซคูลิช ,มาร์ติน สเคอร์เทล ,โรเบิร์ต มาซาน ,ลูโบเมียร์ ซัทก้า – อ็องเดรจ์ ดูด้า ,แยน เกรกุส ,เอริค ซาโบ ,เอริค ปาซินด้า – อดัม เนเม็ช ,โรเบิร์ต มัค